nuffnang

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขำัขันคลายเครียด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขำัขันคลายเครียด แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2555

15 วิธีเอาชนะความขี้เกียจ

อย่าเกียจคร้านการทำงานนะพวกเรา 
งานหนักงานเบา เหนื่อยแล้วเรา พักผ่อนก็หาย 
ไม่ ทำงาน หลบหลีกงาน เฝ้าเกียจคร้าน เอาแต่สบาย
 แก่จนตาย ขอทำนายว่าไม่เจริญ


วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2553

อีืกหน่อย เราก็ตายจากกัน......แล้วนะ - ข้อคิดดี ๆ จากน้าเน๊ก เกตุเสพย์สวัสดิ์


1. คนเรา อายุเฉลี่ย 60 ปี 1 ปี เท่ากับ 365 วัน แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน
คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที ลองนับเป็นสัปดาห์ อืม......... ไม่เลว 3,120 สัปดาห์

อุแม่เจ้า.........
แสดงว่า เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง
คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา แทบเบือนหน้าหนีจากปฏิทิน เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับถอยหลังเพื่อรอวันลาโลก...
เปล่าเลยผมไม่ได้กลัวตาย และขอโทษที่หากเรื่องอาจไม่ค่อยขำ แต่ตลอดเวลาที่ใช้เวลาอยู่บนโลกนี้มันน้อยมากหากคำนวนในเชิงตัวเลข

*ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน

*เพลงอีกหลายเพลงยังไม่ได้ฟัง
*หนังอีก หลายเรื่องที่ยังไม่ได้ดู

ความรู้สึกในใจอีกมาก มายที่ยังไม่เคยบอก

พื้นที่อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยัง ไม่เคยไป โอ๊ย..... กลุ้ม
สองหมื่น กว่าวันที่เราได้รับมามัน
น้อยเกินไปจริง ๆ และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้นคือ ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน
นั่นแสดงว่าบางคนไม่ได้มีเวลาบน พื้นโลก 21,900 วันหรอกนะ อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ!

อุแม่เจ้าเทค 2

คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึง สามพันวันแล้วเหรอเนี่ย!!!!
คิดแบบนี้ต้องรีบยก นาฬิกาขึ้นมาดู กางปฏิทินออกกว้าง ๆ
เพราะมัน คือเวลาที่เราเหลือ.... บนโลกนี้
นี่ชั้นกำลัง ทำบ้าบออะไรอยู่.....ไม่เลยน้องสาว นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งสิ้น หากเป็นความจริงที่
เราไม่ค่อยได้มองมัน เอาล่ะ งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 17 ปี แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,205 วัน
และผ่านคืน วันเสาร์มาร้อยกว่าครั้ง ส่วนหน่วยนาทีนั้น ......

คำนวณเองบ้างซิ ว้อยย.....

เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลา ( ที่คาดว่าจะ) เหลืออยู่ ผลลัพธ์ที่ได้ เราจะทำยังไงกับมันดี .....
แต่น่าแปลก หลายคนยังยอมทำงานน่าเบื่อนั่งเอา
หัวตาก แอร์ไปวัน ๆ ยอม ให้คนที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่จิกหัวใช้
เพื่ออะไรบางอย่างที่เราเรียกว่า ' เงิน เดือน '
บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ
ไม่ก็เห็นแค่ว่าเพื่อนเรียน

เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ ได้ว่ากูจะเป็นอะไรดี
บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น
ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น
แต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่แต่ความ
รู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน
บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวัน ๆ
ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่ งอนการกุศล
ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ....ไอ้บ้า
และอีกหลายคนนิยม กิจกรรม ' ฆ่าเวลา ' ชีวิตมันว่างจัด
ขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย บอกตรง ๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล
เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี
อีกหน่อยเราก็ตายจากัน ...... แล้วนะ ลองคิดแบบนี้บ้าง
ใช่แล้ว .... เราจะเกิดความเสียดาย
เพราะเหลืออีกหมื่นแสน ล้านที่เรายังไม่ได้ทำ
ตายได้ไง หากฝันไม่สำเร็จ
ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอม ตาย
แต่ให้รีบ ทำทุกอย่าง ก่อนที่จะตาย ... ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้
และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ...
มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า
เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับ
ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า....พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว
ทำงานในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก
ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง ...ต้องรีบแล้ว เดี๋ยวตายนะ...เตือนแล้วไง รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี
ส่วนจะรักหรือไม่รักกู ไม่สนว้อย ... เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ ) ตายแล้ว
ใช้เวลา ( ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้
กอดกันเหมือนว่านี่เป็น กอดครั้งสุดท้ายของเรา นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะอย่างน้อย ๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล

....... คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน
ในมือมีซองสีชมพู พร้อมการ์ด
ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น
แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง
เมื่อ กี๊ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทรมาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน.........
หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย ......
แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วัน
ซองในมือผม กลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้ กลายเป็นพวงหรีด
และทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะบอก
ว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน .... แล้วนะ
อ้าว.... รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก

รีบ แยกย้ายไปใช้เวลาที่ เราเหลืออยู่ไปทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ ทำ

เดี๋ยวตายซะก่อน .... เสียดายแย่

โดย น้าเน๊ก ...... เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาละกะวงศ์ ณ อยุธยา

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553

15 วิธีแก้ "การเบื่อ" ก่อนปล่อยให้ปัญหาเรื้อรังทำลายสุขภาพ

เริ่มต้นการทำงานกับเช้าวันจันทร์กันอีกแล้ว หลาย ๆ คนอาจยังไม่พร้อมสำหรับการลุกขึ้นสู้ในวันนี้ รวมถึงอาจมีอาการเบื่อหน่าย อยากนอนพักต่ออีกสักงีบ หรืออีกสักวัน แต่อย่าปล่อยให้ความเบื่อทำร้ายสุขภาพค่ะ เพราะมีการวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญจาก University College London ระบุว่า การที่คนเราปล่อยให้ชีวิตน่าเบื่อหน่าย ไม่มีไฟในการทำสิ่งต่าง ๆ นั้นจะดึงคุณให้หันไปหาพฤติกรรมที่ทำร้ายสุขภาพตัวเองได้ในที่สุด ยกตัวอย่างเช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ เสพยาเสพติด หรือมีปัญหาด้านพฤติกรรม - การเข้าสังคม ที่เลวร้ายกว่านั้นคือ ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้อาจทำให้คุณเสียชีวิตได้ตั้งแต่อายุยังน้อยอีกด้วย

ที่น่าแปลกใจก็คือ ผลการวิเคราะห์แบบสอบถามที่ตอบโดยกลุ่มอาสาสมัครอายุระหว่าง 35 - 55 ปีจำนวน 7,000 คนในช่วงปี ค.ศ. 1985 - 1988 นั้นพบว่า กลุ่มผู้หญิงเป็นกลุ่มที่มีอาการเบื่อหน่ายในชีวิตสูงสุด

อย่างไรก็ดี มีแนวทางที่ช่วยลดอาการเบื่อลงได้ ซึ่งทางเว็บไซต์ zenhabits.net ได้รวบรวมเอาไว้ 15 ข้อดังนี้

1. หาความท้าทายใหม่ ๆ ให้ชีวิต หลายครั้งที่คนเราเกิดความรู้สึกเบื่อเป็นเพราะชีวิตไม่ได้พบกับความท้าทาย ใด ๆ เลย มีแต่งานรูทีนที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง คงจะดีหากคุณตั้งเป้าหมายใหม่ ๆ ให้กับของชีวิตให้ตัวเอง และพยายามพิชิตมันให้ได้ ถึงแม้ว่าจะไม่สำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อย ชีวิตคุณก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงบ้างแล้ว

2. มองหางานใหม่ หากวิเคราะห์แล้วว่าสิ่งที่ทำให้คุณเบื่อก็คืองานที่ทำ คุณอาจจำเป็นต้องคิดถึงการโยกย้ายเอาไว้บ้าง ซึ่งคำแนะนำของทางเว็บไซต์ระบุว่า ไม่จำเป็นต้องยื่นใบลาออกทันที แต่ให้ลองทำลิสต์รายชื่อของบริษัทที่น่าสนใจ-งานที่คุณคิดว่าจะไม่ทำให้คุณ เบื่อ อัปเดตประวัติการทำงาน และลองส่งออกไปก่อนดีกว่าออกมาเดินเตะฝุ่นเล่น ๆ

3. ตั้งเป้าหมายของชีวิต และจดออกมาเป็นข้อ ๆ ถึงสิ่งที่คุณต้องการจะทำให้สำเร็จให้ได้ก่อนที่คุณจะจากโลกนี้ไป ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับงานอย่างเดียว เป็นเรื่องของทัศนคติ มุมมอง หรือความต้องการใด ๆ ก็ได้ แต่หากเคยทำเอาไว้แล้ว ก็ลองหยิบมันขึ้นมาอ่านใหม่อีกสักครั้ง หรือเลือกเป้าหมายชีวิตสักข้อขึ้นมาทำให้สำเร็จในปีนี้

4. เคลียร์โต๊ะทำงาน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับชีวิต และได้ย้ายของที่ไม่จำเป็นออกไปเสียบ้าง หรืออาจใช้เวลานี้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน ลองคิดหาวิธีที่จะช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ้นเปลืองทรัพยากรน้อยลง

5. หางานอดิเรกที่ชื่นชอบมาทำ เช่น หาเวลาว่างอ่านหนังสือ เขียนบล็อก เล่นเกม เพื่อหาอะไรใหม่ ๆ ให้กับชีวิต แต่อย่าให้เบียดบังเวลางานจนกระทั่งถูกเพ่งเล็งจากคนรอบข้าง ควรใช้เวลาว่างก่อนหรือหลังเลิกงานทำงานอดิเรกเหล่านี้จะดีกว่า

6. สมัครคอร์สเรียนพิเศษหาความรู้ให้ตัวเอง ไม่จำเป็นว่าต้องเรียนในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่การงานเสมอไป อาจเป็นการเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มในวันเสาร์ - อาทิตย์ เรียนทำอาหาร เรียนศิลปะ เรียนคอมพิวเตอร์ หรืออะไรก็ได้ที่คุณสนใจ

7. ลาพักผ่อน เขียนใบลาพักร้อนสัก 1 - 2 วัน หนีความเบื่อหน่ายซ้ำซากในชีวิตก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้

8. เดินยืดเส้นยืดสาย

9. ดื่มน้ำเยอะ ๆ

10. โทรศัพท์ - เขียนจดหมายหาคนที่คุณรัก

11. จัดการไฟล์บนคอมพิวเตอร์ให้เป็นระเบียบ

12. เช็คเมลให้หมด หลายคนมีเมลค้างอยู่นับสิบนับร้อยฉบับ ไม่มีเวลาเช็ค ช่วงที่เบื่อ ๆ การเข้าไปเช็คเมลให้หมด ก็อาจได้ข้อมูล - แนวคิดดี ๆ จากเมลเหล่านั้นติดกลับมือออกมาบ้าง

13. วางแผนการเงิน หรือเปลี่ยนวิธีใช้เงินของตัวเอง จากที่เคยใช้หมดไม่เคยเหลือเก็บ ก็ลองมองหารูปแบบการเก็บเงินเหมาะ ๆ ให้กับตัวเอง นอกจากนี้ยังสามารถใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในคอมพิวเตอร์-อินเทอร์เน็ต ในการช่วยบริหารจัดการรายได้ที่มีให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้นได้ด้วย (อย่างไรก็ดี ควรระวังการป้อนข้อมูลบางชนิดลงไปด้วย เช่น เลขบัตรเครดิต หมายเลขบัญชีธนาคาร ฯลฯ เพราะหากมีการรั่วไหลของข้อมูลแล้ว อาจกลายเป็นความสูญเสียทางการเงินได้)

14. อยู่ห่างจากคนหรือสถานการณ์ที่ทำให้เบื่อ แม้ว่าในชีวิตจริง คนเราจะไม่สามารถหลีกหนีคน-สถานการณ์ที่น่าเบื่อไปได้ แต่การไม่นำสิ่งเหล่านั้นมาคิดต่อก็เป็นการสร้างปราการขึึ้นในจิตใจและช่วย ให้คุณมีแรงใจในการทำงานมากขึ้น

15. เป็นอาสาสมัครช่วยเหลือคนอื่น เช่น ทำงานเป็นอาสาสมัครในโรงพยาบาล หรือช่วยเลี้ยงเด็กอ่อน ช่วยสอนหนังสือเด็ก ๆ เป็นต้น

ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์
เจ้าของบทความ : zenhabits.net

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552

จดหมายรักจากหลินฮุ่ยถึงช่วงช่วง

จดหมายรักจากหลินฮุ่ย


ที่อยู่
โซนจัดแสดงแพนด้าแห่งสวนสัตว์เชียงใหม่

วันที่เคลื่อน เดือนที่หนี ปีที่ผ่าน


ฉัน เห็น จดหมายฉบับที่แล้ว เธอทักทายฉันด้วยคำว่า "สวัสดี" แบบพวกมนุษย์แล้วฉันรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเลย ฉันไม่อยากให้เธอรับค่านิยมของพวกมนุษย์มากจนเกินไป พวกเราเป็นหมีก็ไม่ควรลืมกำพืดหมี พวกเราก็น่าจะต้องอนุรักษ์ภาษาหมีเราไว้ อย่าให้ภาษาหมีของเราต้องวิบัติเหมือนกับภาษามนุษย์เลยเนอะ
ต้องขอโทษเธอด้วยนะที่ฉันตอบจดหมายเธอช้าไปหน่อยต้องสาละวนอยู่กับการเลี้ยงลูก ลูกสาวของเรากำลังซนเลยทีเดียว
อ้อ พอพูดถึงเรื่องลูกแล้วนึกได้
จากจดหมายฉบับที่แล้วที่เธอส่งมาถามฉันว่า "ใครเป็นพ่อของลูกหมี"
โถ โถ โถ โถ โถ โถ..........ช่วงช่วง ผู้น่าสงสาร
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่มีใครบอกเธอเลยเหรอเนี่ย ว่า "เธอนี่แหละ ที่เป็นพ่อของเด็ก"
ฉันเองไม่ถือโทษโกรธเธอหรอกนะที่เธอไม่รู้ว่าลูกหมีตัวนี้เป็นลูกของเธอ
เพราะตอนแรก.....ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน
ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าฉันท้อง
ฉันไม่รู้จนกระทั่งวันที่หมีน้อยตัวนี้ไหลปรุ๊ดออกมาจากหมีใหญ่ (ฉันหมายถึงตัวฉันเอง อย่าคิดลึก)
ตอน นั้นฉันงงมากว่าฉันมีลูกได้ยังไง เพราะตั้งแต่เล็กจนโตฉันก็ไม่เคยปั่มปั๊มกับหมีตัวไหน ฉันยังรักษาพรหมจรรย์อย่างบริสุทธิ์ผุดผ่องเสมอมาจนกระทั่งวันนี้
ฉันนอนนึกถึงเรื่องนี้อยู่หลายคืน ว่าไอ้หมีน้อยตัวนี้มันมาอยู่ในท้องฉันได้ยังไง มีใครเล่นคุณไสยเสกหมีเข้าท้องฉันรึเปล่า
แล้วคืนที่ 10 ฉันก็ได้รับคำตอบ
ต้องเป็นฝีมือของพวกมนุษย์แน่ ๆ

อุ๊ย ขอโทษอีกทีนะจ๊ะ ช่วงช่วง ฉันเผลอเข้าโหมดเครียดอีกแล้ว (ฉันใช้ศัพท์วัยรุ่นไหม ฮิฮิ)
ตอนนี้ฉันเครียด ๆ น่ะ ไหนจะต้องเลี้ยงลูกของเราที่กำลังซน ไหนจะต้องรับมือกับพวกมนุษย์ที่เข้ามารบกวนฉันทั้งเช้าทั้งเย็น

เธอรู้มั้ย พวกมันเอาลูกของเราไปวัดส้นตรีนทุกวันเลย

ฉันไม่ได้หยาบคายนะจ๊ะ ช่วงช่วง
พวกมนุษย์เอาลูกของเราไปวัดส้นตรีนจริง ๆ ไม่รู้ว่าจะไปวัดทำส้นตรีนอะไร
จด บันทึกทุกวัน ว่า ส้นตรีนลูกเรายาวขึ้นเท่าไร ลืมตาซ้ายเมื่อไร ลืมตาขวาเมื่อไร ลืมตาไหนก่อนกัน ลืมตาซ้ายขวาห่างกันกี่วันฃ วันนี้ลูกเราขนขึ้นที่ไหน ขนสีขาวหรือสีดำ ขนตรงหรือหยักศก ฯลฯ
ช่วงช่วง เธอคิดว่าพวกมนุษย์ วื่นวือ มั้ย
ในฐานะที่ฉันเป็นแม่ ฉัน โคตร ดีใจเลยแหละที่มีมนุษย์สนใจตั้งชื่อให้ลูกเราขนาดนี้
บางชื่อฉันว่ามันก็น่ารักดีหรอก แต่บางชื่อนี่สิ คิดมาได้ไง
มีใบนึงตั้งชื่อลูกของเราว่า "เห็น"
ทุเรศ ใช้อะไรคิดเนี่ย จะเรียกหมีเห็น ๆ เนี่ยนะ น่าเกลียดแย่ ลูกเราเป็นผู้หญิงซะด้วย
จะตั้งชื่ออะไรก็ตามเถอะ ขออย่างเดียว หวังว่าคงไม่มีมนุษย์คนไหนเอาวันเดือนปีเกิดของลูกเราไปให้พระที่วัดตั้งชื่อให้นะ
ฉันกลัวบาป
เอาล่ะ ในที่สุดก็มี 4 ชื่อที่ได้เข้ารอบนั่นก็คือ

1. ขวัญไทย ฉันไม่ชอบชื่อนี้เลยอ่ะ ฉันว่าไอ้ชื่อ "ขวัญไทย" เนี่ย มันเหมือนชื่อนิตยสารแสดงแบบชุดผ้าไหมมากกว่าชื่อหมีแพนด้านะ
2. ไทยจีน อื้อ หือ ใช้ความคิดสร้างสรรค์มาก ๆ เลยล่ะ จีนส่งหมีมาไทย เลยชื่อไทยจีน
3. หญิง หญิง ฉันไม่ค่อยชอบชื่อนี้นะ มันธรรมดาไป
4. หลินปิง มนุษย์โหวตชื่อนี้กันแหละ เธอชอบมั้ย ฉันเฉย ๆ

พ่อชื่อช่วงช่วง แม่ชื่อหลินฮุ่ย ลูกของเราก็น่าจะชื่อ "ชุ่ยชุ่ย"


นี่ ๆ ฉันมีเรื่องตลกจะเล่าให้เธอฟังด้วยล่ะ
เธอรู้มั้ยว่าพวกมนุษย์ทำให้ลูกสาวของเรารู้จักเธอได้ยังไง

ติ้ก ต้อก ติ้ก ต้อก ติ้ก ต้อก

พอแระ ฉันให้เวลาเธอแค่นี้ ฉันเหนื่อย
เฉลยก็คือ
พวกมนุษย์ติดรูปเธอไว้รอบ ๆ กรง เพื่อให้ลูกของเรารู้จักและคุ้นเคยกับเธอ
อนิจจา ปาจิงโกะ พวกมันคิดได้ไงเนี่ย!!
เธอรู้มั้ยหลังจากวันที่เธอได้เจอลูก พวกมนุษย์ลงข่าวในวันรุ่งขึ้นว่าอะไร



"แพนด้าน้อยปลื้มใจ พบหน้าพ่อ"


:-) แพนด้านะ ไม่ใช่น้องเคอิโง๊ะ มาปลื้มใจพบหน้าพ่อเนี่ย
ชั้นล่ะเบื่อพวกมนุษย์จริง ๆ

ไม่ต้องส่งกลับมาแล้วนะ
ฉันว่าพอถึงภาค 3 มันคงไม่ขำแล้วล่ะ

รักไม่แพ้ รักไม่ชนะ..........ก็ "รักเสมอ" ไง

จาก หลินฮุ่ย
ตะลุยเรื่องรัก

พ.ล. (แพนด้าลิขิต)

ฮิ ฮิ เธอแพ้พนันฉันแหละ
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา พวกมนุษย์ไม่ได้จับลูกของเรามาให้ดอกมะลิฉัน (ฉันว่าถ้าทำ ก็เกินไปจริง ๆ แหละ)
พวกมนุษย์แค่ยกย่องให้ฉันเป็น "แม่ตัวอย่าง" เท่านั้นเอง
เธอช่วยคิดหน่อยสิว่า ฉันควรเป็นตัวอย่างให้กับคนหรือหมีดี
ฉันงง
เฮ้อ!! มนุษย์จริง ๆ

จากคุณ : Nu-Mini [Bloggang]

ที่มา : http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A8380196/A8380196.html

จดหมายรักจากช่วงช่วงถึงหลินฮุ่ย

จดหมายรักจากช่วงช่วง


ที่อยู่
โซนจัดแสดงแพนด้าแห่งสวนสัตว์เชียงใหม่

วันที่เฝ้า เดือนที่รอ พ.ศ.ที่คอย

ถึงหลินฮุ่ย..........แพนด้ายาใจ

สวัสดีจ้ะ หลินฮุ่ย
เธอเป็นยังไงบ้างจ้ะ หลินฮุ่ย สบายดีมั้ย
ตั้งแต่วันนั้นที่เธอเบื่ออาหารโดยไม่ทราบสาเหตุ อาการเธอยังกะหมีแพ้ท้องเลยนะ หลังจากวันนั้นพวกมนุษย์ก็จับตัวเธอแยกไปจากฉัน
วานนี้ตอนที่ฉันกำลังนั่งคิดถึงเธออยู่ ฉันก็ได้ยินพวกมนุษย์พูดคุยกันว่าเธอมีลูกแล้ว
เธอรู้มั้ยว่าตอนแรกที่ฉันได้ยิน ฉันตกใจและโกรธเธอมาก ฉันสงสัยจริง ๆ ว่าเธอไปท้องกับใครมา
ฉันเสียใจกับการกระทำของเธอที่เธอนอกใจฉันจนฉันอยากจะร้องเพลง "น้ำตาจ่าโท" (ช่วงนั้นฉันขอบตาคล้ำขึ้นด้วยล่ะ)
แต่ฉันก็คิดไม่ออกจริง ๆ หมีแพนด้าในประเทศไทยก็มีแค่เธอกับฉันเท่านั้น ฉันเองก็ไม่เคยอะไรกับเธอ แค่เกือบไปครั้งนึงเท่านั้น
พูดถึงเรื่องนี้ ฉันเองต้องขอโทษเธอสำหรับวันนั้นด้วยนะ วันที่ฉันเกือบล่วงเกินเธอไป อารมณ์ชั่ววูบเกือบจะทำพรหมจารีย์เธอพินาศ
หลิน ฮุ่ย เธอรู้ใช่มั้ยว่าตอนฉันอยู่ที่เมืองจีน ฉันได้รับสมญาจากหมีสาวทั้งหลายว่า "ช่วง ช่วง ร้อยลีลา" หรือไม่ก็ "คาสแนนด้า" ดังนั้น เรื่องอย่างว่าเนี่ย ฉันไม่เป็นรองหมีแพนด้าใดในโลกอยู่แล้วล่ะ เรื่องตลกอยู่ที่หลังจากนี้ เธอรู้มั้ยว่าพวกมนุษย์แก้ปัญหาเรื่องนี้ยังไง
พวกมนุษย์เอาหนังโป๊หมีแพนด้าให้ฉันดู !!
พวกมนุษย์นอกจากจะมีคลิปแอบถ่ายพวกเดียวกันเองแล้ว ยังจะมาแอบถ่ายหมีแพนด้าอีก
อนิจจา มนุษย์ พวกมันเป็นอะไรมากมั้ยเนี่ย!!
มีเรื่องหนึ่งที่ฉันยังค้างคาใจ
ถามเธอตรง ๆ แล้วกันนะ

หมีตัวไหนเป็นพ่อของลูกเธอ??

ยังไงก็ตามฉันร้อนใจกับเรื่องนี้มาก
หวังว่าเธอคงรีบตอบกลับนะ ฉันไม่อยากตาคล้ำไปมากกว่านี้

I look forward to hearing from you na.
คิดถึง..........จนเธอคิดไม่ถึงเลยล่ะ

จาก ช่วง ช่วง ในห้วงหฤทัย

พ.ล. (แพนด้าลิขิต)

ฉันว่าวันที่ 12 สิงหาคมนี้ พวกมนุษย์ต้องให้ลูกเธอมามอบดอกมะลิกับเธอแน่ ๆ
พนันกับฉันมั้ยล่ะ...

จากคุณ : Nu-Mini [Bloggang]
ที่มา : http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A8380196/A8380196.html